คองโก เป็นหัวเรื่องสำหรับประเทศไหน : สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ สาธารณรัฐคองโก  

        เนื่องจากการกำหนดคำว่า คองโก เป็นหัวเรื่องแทนเนื้อหาทรัพยากรสารสนเทศมีความสับสน คือ บางครั้งใช้คำว่าคองโกเป็นชื่อเรี่ยกประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก บางครั้งใช้เรียกประเทศสาธารณรัฐคองโก ขึ้นอยู่กับบรรณารักษ์แต่ละคน แต่ละสถาบันว่ายึดถือคู่มือปฏิบัติงานของบรรณารักษ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสถาบันอุดมศึกษา หรือยึดถือประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีและประกาศราชบัณฑิตยสถาน เรื่อง กำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครองและเมืองหลวงเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน การใช้คำเดียวกันเป็นหัวเรื่องแทนเนื้อหาที่แตกต่างกันย่อมส่งผลต่อการเข้าถึงสารสนเทศของผู้ใช้ ทำให้ได้สารสนเทศที่ไม่ถูกต้องตรงตามต้องการ เกิดความสับสน ไม่สามารถจะระบุได้อย่างแน่ชัดในเบื้องต้นว่า สารสนเทศที่สืบค้นได้จากคำว่าคองโก เป็นสารสนเทศเกี่ยวกับประเทศใด

        ดังนั้น จึงขอนำเสนอเรื่องราวโดยสังเขปของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และประเทศสาธารณรัฐคองโก ตามที่ได้ศึกษาและรวบรวมจากทรัพยากรสารสนเทศต่างๆในรายการอ้างอิง  เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับบรรณารักษ์ที่จะใช้ประกอบการพิจารณา และทบทวนคำที่ใช้เรียกชื่อประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐคองโก หรือพิจารณาแนวทางในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะไม่ให้เกิดความสับสนกับบรรณารักษ์ที่ปฏิบัติงานและผู้ใช้บริการ

        สำหรับชื่อประเทศที่มีการสะกดแตกต่างกันบ้างตามตารางที่นำเสนอด้านล่างนี้ คงไม่มีปัญหาอะไรมากมายนัก เพราะบรรณารักษ์สามารถทำรายการโยงเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงสารสนเทศที่ตรงตามความต้องการได้อย่างถูกต้อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรพิจารณาและทบทวนด้วยเช่นกันว่าชื่อประเทศที่คู่มือกำหนดให้ใช้เป็นหัวเรื่องถูกต้องหรือไม่

        ขอเริ่มเรื่องด้วยตารางเปรียบเทียบชื่อประเทศอย่างป็นทางการ ชื่อที่ใช้เรียกประเทศตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีและประกาศราชบัณฑิตยสถานเรื่องกำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครองและเมืองหลวง  และชื่อประเทศที่ใช้เป็นหัวเรื่องตามคู่มือปฏิบัติงานของบรรณารักษ์ ดังนี้

ชื่อประเทศอย่างเป็นทางการตาม ประกาศสำนักนายก และราชบัณฑิตยสถานฯ  ชื่อที่ใช้เรียกประเทศ ตามประกาศสำนักนายกและราชบัณฑิตยสถานฯ ชื่อประเทศที่ใช้เป็นหัวเรื่องตามคู่มือปฏิบัติงานของบรรณารักษ์
สาธารณรัฐคองโก สาธารณรัฐคองโก คองโก
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก คองโก ซาอีร์
สาธารณรัฐแองโกลา แองโกลา อังโกลา
สาธารณรัฐแอฟริกากลาง สาธารณรัฐแอฟริกากลาง แอฟริกากลาง
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เกาหลีเหนือ เกาหลี (เหนือ)
สาธารณรัฐเกาหลี เกาหลีใต้ เกาหลี (ใต้)
เนการาบรูไนดารุสซาลาม บรูไนดารุสซาลาม บรูไน
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา
เบลีซ (Belize) เบลีซ เบลิซ
แอนติกาและบาร์บูดา แอนติกาและบาร์บูดา อันติกัวและบาร์บูดา
สาธารณรัฐปาเลา ปาเลา ***ไม่ปรากฏในคู่มือ***

 

จากตารางข้างต้นจะเห็นว่าชื่อประเทศตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีและประกาศราชบัณฑิตยสถาน เรื่องกำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครองและเมืองหลวง และชื่อประเทศบางประเทศตามคู่มือปฏิบัติงานของบรรณารักษ์ให้ใช้เป็นหัวเรื่องมีการสะกดแตกต่างกันบ้าง   แต่ชื่อประเทศที่น่าจะทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนและได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความต้องการเมื่อสืบค้นจากหัวเรื่อง ได้แก่ชื่อประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และ สาธารณรัฐคองโก ทั้งนี้เนื่องจากมีการใช้คำว่า คองโก แทนชื่อประเทศทั้งสองประเทศ

คองโก ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีและประกาศราชบัณฑิตยสถาน เรื่องกำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครองและเมืองหลวง  หมายถึงประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แต่คู่มือปฏิบัติงานของบรรณารักษ์ใช้คำว่า ซาอีร์ แทนชื่อประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

คองโก ตามที่คู่มือปฏิบัติงานของบรรณารักษ์ หมายถึงประเทศ สาธารณรัฐคองโก

คำว่า ซาอีร์ เคยเป็นชื่อของประเทศ ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในช่วงเวลาระหว่าง วันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ.1971 ถึง วันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1997  (Zaire,

http://en.wikipedid.org/wiki/Zaire)

ข้อมูลโดยสังเขปของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และประเทศสาธารณรัฐคองโก

   สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

    สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของประเทศ Democratic Republic of the Congo ซึ่งใช้คำย่อว่า DRC   สารานุกรมบางเล่มเรียกชื่อประเทศนี้ว่า คองโก (กินชาซา) เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับประเทศสาธารณรัฐคองโก ซึ่งบางครั้งเรียกว่า คองโก (บราซซาวิล)

เมืองหลวงชื่อ กินชาซา  (Kinshasa)

พื้นที่ 2,345,410 ตารางกิโลเมตร  (The World Book Encyclopedia of People and Places, V1 p293)

ประวัติ

ดินแดนของประเทศนี้เคยเป็นดินแดนที่มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาก่อน ค.ศ.700  มีการตั้งอาณาจักรต่างๆขึ้นในดินแดนนี้ เช่น อาณาจักรคูบา ( Kuba Kingdom) อาณาจักรลูบา ( Luba Kingdom) อาณาจักรลันดา ( Lunda Kingdom) และอาณาจักรคองโก (Kongo Kingdom)

    ประมาณปี ค.ศ.1483 ชาวโปรตุเกสได้แล่นเรือมาหยุดพักที่ปากแม่น้ำคองโก โปรตุเกสมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับอาณาจักรคองโก  

    ต้นศตวรรษที่ 16 ชาวโปรตุเกสเริ่มซื้อทาสจากผู้นำของอาณาจักรคองโก ต่อจากนั้นชาวยุโรปเริ่มเข้ามาซื้อทาสในดินแดนส่วนนี้มากขึ้น ในช่วงศตวรรษที่ 16 – ต้นศตวรรษที่ 19 มีคนพื้นเมืองถูกจับเป็นทาสและถูกส่งไปยังอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้เป็นจำนวนมาก

    ในปี ค.ศ.1876 Henry M Stanley นักสำรวจชาวอังกฤษทำการสำรวจดินแดนจากฝั่งตะวันออกถึงฝั่งตะวันตกของอาณาจักรคองโก หลังจากนั้น 2 ปี คือ ปี ค.ศ.1878 กษัตริย์ Leopold ที่ 2  แห่งเบลเยี่ยม ได้จ้าง Henry M Stanley ให้ตั้ง กองรักษาด่านของเบลเยี่ยม (Belgian outposts) ตามแนวแม่น้ำคองโก ขณะเดียวกับ กษัตริย์ Leopold ที่ 2  ได้พยายามจูงใจให้ผู้นำประเทศยุโรปอื่นๆให้การรับรองการเข้ามามีอำนาจปกครองดินแดนในอาณาจักรคองโกของเบลเยี่ยม

    จากการประชุม  Berlin Conference ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1884 – เดือนกุมภาพันธ์ 1885 เพื่อป้องกันสงครามที่จะเกิดจากการอ้างสิทธิครอบครองดินแดนในแอฟริกาของประเทศตะวันตก ผลการประชุมทำให้ดินแดนของอาณาจักรคองโกถูกแยกเป็นสองส่วน คือส่วนที่ฝรั่งเศสยึดครองและส่วนที่เบลเยี่ยมยึดครอง และประเทศตะวันตกยอมรับว่าดินแดนส่วนที่เบลเยี่ยมยึดครองเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ของกษัตริย์ Leopold ที่ 2 แห่งเบลเยี่ยม  และเรียกชื่อดินแดนส่วนที่เบลเยี่ยมยึดครองว่า The Congo Free State หลังจากนั้น เบลเยี่ยมได้นำทรัพยากรของคองโกไปใช้เป็นจำนวนมาก รวมถึงมีการกดขี่ชาวคองโกอย่างหนัก ชาติตะวันตกอื่นๆไม่พอใจ จึงกดดันให้เบลเยี่ยมเปลี่ยนสถานะของคองโกจากการเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตรย์มาเป็นประเทศอาณานิคมของเบลเยี่ยม และเปลี่ยนชื่อเป็น  เบลเจียนคองโก (Belgian Congo) เมื่อปี ค.ศ. 1908 และใช้ชื่อนี้มาจนกระทั่งรับเอกราชเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ.1960 จึงเปลี่ยนชื่อประเทศจาก เบลเจียนคองโก (Belgian Congo) เป็น คองโก   และใช้ชื่อ คองโก มาจนกระทั่งวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ.1971 นายพล โมบูตู (Joseph Desire Mobutu) ประธานาธิบดีขณะนั้น จึงเปลี่ยนชื่อประเทศจากคองโกเป็น ซาอีร์ (Zaire) และใช้ชื่อ ซาอีร์ (Zaire) มาจนกระทั่งถึงวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1997  เมื่อนายพล โมบูตู (Joseph Desire Mobutu) ถูกปลดออกจากตำแหน่ง และ นาย คาบิลา (Laurent Kabila) ทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 จึงเปลี่ยนชื่อประเทศจาก ซาอีร์ (Zaire) มาเป็น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of the Congo) และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน

 

    สาธารณรัฐคองโก  (Republic of the Congo: ROC)

    สาธารณรัฐคองโก  (Republic of the Congo: ROC) สารานุกรมบางเล่มเรียกชื่อประเทศนี้ว่า คองโก (บราซซาวิล) เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งบางครั้งเรียกว่า คองโก (กินชาซา)

เมืองหลวงชื่อ บราซซาวิล (Brazzaville)

พื้นที่ 432,000 ตารางกิโลเมตร  (The World Book Encyclopedia of People and Places, V1 p290)

ประวัติ

    เดิมดินแดนของประเทศนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรที่รุ่งเรืองชื่อว่า อาณาจักรคองโก (The Kongo Kingdom) ซึ่งตั้งขึ้นก่อนที่ชาวโปรตุเกสจะค้นพบปากแม่น้ำคองโกในปี ค.ศ.1483 ไม่น้อยกว่าหนึ่งศตวรรษ หลังจากการค้นพบปากแม่น้ำคองโกของชาวโปรตุเกส โปรตุเกสมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับอาณาจักรคองโก  

    ในช่วงศตวรรษที่ 15-18 พ่อค้าชาวยุโรปได้แล่นเรือเข้ามาซื้องาช้างและทาสมาตลอดแนวชายฝั่งของแม่น้ำคองโก โดยไม่มีการสำรวจลึกเข้าไปในดินแดนที่เป็นสาธารรณัฐคองโกในปัจจุบัน จนกระทั่ง ค.ศ.1875 Piere Savorgnan de Brazza นักสำรวจชาวฝรั่งเศส เดินทางมาถึงดินแดนนี้ ได้ทำการสำรวจพื้นที่และตั้งเมือง Brazzaville ขึ้นในปี ค.ศ.1880 และได้ทำสัญญากับกษัตริย์ของชนกลุ่ม Bateke ทำให้ดินแดนเหนือแม่น้ำคองโกอยู่ในความคุ้มครองของฝรั่งเศส ( The World Book Encyclopedia, V 4 p 939)  

    จากการประชุม  Berlin Conference ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1884 – เดือนกุมภาพันธ์ 1885 เพื่อป้องกันสงครามที่จะเกิดจากการอ้างสิทธิครอบครองดินแดนในแอฟริกาของประเทศตะวันตก ผลการประชุมทำให้ดินแดนของอาณาจักรคองโกถูกแยกเป็นสองส่วน คือส่วนที่ฝรั่งเศสยึดครองและส่วนที่เบลเยี่ยมยึดครอง (ในการประชุมครั้งนี้ ชาติตะวันตกยอมรับว่า ดินแดนส่วนที่เบลเยี่ยมยึดครองเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ของกษัตริย์ Leopold ที่ 2 แห่งเบลเยี่ยม)  

    ในปี ค.ศ. 1891 ดินแดนนี้อยู่ในสถานะเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส

    ปี ค.ศ.1903 ใช้ชื่อว่า The Middle Congo

    ปี ค.ศ.1910 ถูกรวมกับ กาบอง ชาด ใช้ชื่อว่า French Equatorial Africa และตั้งเมือง บราสซาวิล (Brazzaville) เป็นเมืองหลวง

    ปี ค.ศ. 1958 เปลี่ยนชื่อ จาก The Middle Congo เป็น The Republic of Congo

   ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในวันที่ 15 ตุลาคม 1960

ประธานาธิบดีคนแรก คือ นาย Fulbert Youlou (The World Book Encyclopedia of People and Places, V1 p290) ถูกทำรัฐประหารล้มล้างรัฐบาล ในวันที่ 15 สิงหาคม 1963 โดยนาย Alphonse Massemba-Débat ซึ่งสถาปนาตนเองขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทนและปกครองประเทศตามลัทธิมาร์กซ-เลนิน ต่อจากนั้นมีการทำรัฐประหารอีกในปี ค.ศ. 1968 และ ค.ศ. 1977 แต่ยังคงใช้ลัทธิมาร์กซ-เลนินปกครองประเทศ จนถึงวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1991 พลเอก  Sassou-Nguesso  ประธานาธิบดีในขณะนั้นจึงยกเลิกการปกครองตามลัทธิมาร์กซ-เลนิน และจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1992 ซึ่งพลเอก  Sassou-Nguesso  แพ้การเลือกตั้ง ทำให้นาย Pascal Lissouba ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดี (The World Book Encyclopedia of People and Places, V1 p290) หลังจากการเลือกตั้งไม่นาน คือในเดือนธันวาคม ค.ศ.1993 เกิดความไม่สงบเกิดขึ้นในประเทศและเกิดการต่อสู้ระหว่างฝ่ายค้านและฝ่านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ในปี ค.ศ. 1997 พลเอก  Sassou-Nguesso  ใช้กำลังทหารโค่นล้มรัฐบาลและเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ฝ่ายพลเอก  Sassou-Nguesso  สามารถเข้ายึดกรุงบราซซาวิลได้สำเร็จ จึงประกาศชัยชนะและสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนตุลาคม ค.ศ.1997 จากนั้นจึงจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีขึ้นใน ค.ศ.2002 และ ค.ศ.2009 พลเอก  Sassou-Nguesso  ชนะการเลือกตั้งทั้งสองครั้ง และบริหารประเทศจนถึงปัจจุบัน

  จากข้อมูลของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและประเทศสาธารณรัฐคองโกตามที่ได้ศึกษารวบรวมและนำเสนอไว้ข้างต้น มีข้อสังเกตดังนี้

    1. ประเทศที่เคยใช้คำว่า คองโก เป็นชื่อประเทศอย่างเป็นทางการ ได้แก่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งใช้ชื่อคองโกเป็นเวลานานถึง 11 ปี ตั้งแต่ได้รับเอกราชปี ค.ศ.1960 – ค.ศ.1971 ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น ซาอีร์ ดังนั้น คำว่า คองโก จึงควรจะเป็นหัวเรื่องสำหรับประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

    2. คำว่า ซาอีร์ เคยเป็นชื่อของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในช่วงเวลาระหว่าง วันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ.1971 ถึง วันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 

    ในทัศนะส่วนตัวเห็นว่าการใช้ชื่อเรียกประเทศเป็นหัวเรื่อง ควรตรวจสอบจากประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีและประกาศราชบัณฑิตยสถานเรื่องกำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครองและเมืองหลวง  ฉบับล่าสุด (ฉบับล่าสุดขณะนี้คือฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2545) ทั้งนี้เนื่อจากเป็นชื่อที่ใช้เป็นทางการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่สามารถอ่านออกเสียงได้หลายอย่างควรทำรายการโยงเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงสารสนเทศของผู้ใช้

——————————————

เอกสารอ้างอิง

Encyclopedia Americana.  Danbury [CT] : \b Grolier, \c 2001   V 7 p544-547

The world book encyclopedia.  Chicago : \b World Book, \c 2005  V 4 p 938-940

The world book encyclopedia of people and places.  Chicago : \b World Book, \c 2005  V 4 p 290-

       294

Zaire.  http://en.wikipedid.org/wiki/Zaire

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีและประกาศราชบัณฑิตยสถานเรื่องกำหนดชื่อประเทศดินแดนเขต

       การปกครองและเมืองหลวง.  พิมพ์ครั้งที่ 2.  กรุงเทพฯ : \b ราชบัณฑิตยสถาน, \c 2545

สาธารณรัฐคองโก, http://thaiafrica.net/th

อู ถั่น แปลโดย เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์   บันทึกความทรงจำของ อู ถั่น  กรุงเทพฯ : \b บรรณกิจ

   2523

Advertisements

หัวเรื่องใหม่ “ชาวไทยเขมร” หรือ “ชาวเขมรถิ่นไทย”

     หัวเรื่องใหม่ที่ศูนย์สนเทศและหอสมุด มธบ. กำหนดขึ้นใช้ คือคำว่า ชาวไทยเขมร  นักวิชากบางท่านเรียกว่า ชาวเขมรถิ่นไทย ขอบเขตเนื้อหาของหัวเรื่องคำว่า ชาวไยเขมรแตกต่างจากหัวเรื่องคำว่า ชาวไทยเชื้อสายเขมรอย่างไร น่าจะลองทำความเข้าใจก่อนที่จะใช้คำนี้

    ชาวไทยเขมร หรือ ชาวเขมรถิ่นไทย หมายถึง ผู้คนกลุ่มชาติพันธุ์เขมรกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่บริเวณประเทศไทยตั้งแต่อดีตเมื่อยังเป็นแหลมสุวรรณภูมิที่ยังไม่มีการแบ่งแยกดินแดนและเขตปกครองเป็น ไทย – กัมพูชา เวียดนาม – กัมพูชา ปัจจุบันพบชาวไทยเขมร หรือ ชาวเขมรถิ่นไทย อาศัยอยู่ในพื้นที่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว ปราจีนบุรี นครราชสีมา จันทบุรี มหาสารคาม และฉะเชิงเทรา ผู้คนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า เขมรบนหรือเขมรสูง   และเรียกชาวเขมรที่อาศัยอยู่ในกัมพูชาว่าเขมรกลาง เรียกชาวเขมรที่อาศัยอยู่ในเวียดนามว่าเขมรต่ำ

    ศูนย์สนเทศและหอสมุดมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ใช้คำว่า “ชาวไทยเขมร” เป็นหัวเรื่อง

   หัวเรื่องที่อาจเข้าใจสับสนกับคำว่า ชาวไทยเขมร ได้แก่ ชาวไทยเชื้อสายเขมร ชาวไทย — กัมพูชา ชาวกัมพูชา — ไทย

   ชาวไทยเชื้อสายเขมร หมายถึง ชาวไทยที่มีบรรพบุรุษเป็นกลุ่มชาติพันธ์เขมรหรือชนชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชาตั้งแต่อดีต แต่บรรพบุรุษรุ่นต่อๆมาของผู้คนกลุ่มนี้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานานจนมีลูกมีหลานเกิดในเมืองไทยและได้รับสัญชาติไทย ลูกหลานของผู้คนกลุ่มนี้ที่เกิดในเมืองไทยจึงถือว่าเป็นคนไทยหรือชาวไทย ทำนองเดียวกับชาวไทยเชื้อสายจีน

   ชาวไทย — กัมพูชา หมายถึง กลุ่มคนที่มีสัญชาติไทยแต่ไปอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา

   ชาวกัมพูชา — ไทย หมายถึง กลุ่มคนที่มีสัญชาติกัมพูชาแต่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย

 ——————————————————-

เอกสารอ้างอิง

บัญญัติ สาลี  .”จวมและความเชื่อของชาวไทยเขมร”  วารสารมหาวิทยาลัยมหาสารคาม \g 21,2 (ก.ย.-

ธ.ค. 2545) 145-150

ประกอบ ผลงาม.  สารานุกรมกลุ่มชาติพันธุ์เขมรถิ่นไทย  กรุงเทพฯ :  สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนา

              ชนบท,  2538

เขมร ศูนย์วัฒนธรรมวิทยาเขตสุรินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

              http://www.surin.rmuti.ac.th/culture/drama01.php

สถาปัตยกรรมเชิงบริการ

         สถาปัตยกรรมเชิงบริการ ในบทความและหนังสือของสาขาวิชาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมักใช้คำว่า   SOA มาจากคำเต็มว่า  Service-oriented architecture

        สถาปัตยกรรมเชิงบริการ  เป็นแนวคิดในการออกแบบระบบสารสนเทศขององค์กรที่มุ่งเน้นการทำงานที่เชื่อมโยงกันของทุกๆระบบงานให้เป็นระบบเชิงบริการ (Service Oriented) โดยการนำบริการต่างๆที่มีอยู่มาประกอบกัน แล้วพัฒนาบริการบางอย่างที่ยังขาดไปขึ้นมาเสริม โดยใช้เทคโนโลยีที่สามารถสนับสนุนแนวคิดนี้มาใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีที่ชื่อว่า เว็บเซอร์วิส (Web service) เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถตอบสนองแนวคิดของสถาปัตยกรรมเชิงบริการในการที่จะทำให้การส่งผ่านข้อมูลสามารถทำได้ทุกระบบงาน แม้ว่าระบบงานแต่ละระบบจะเป็นอิสระต่อกันและใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน เช่น บางระบบอาจจะใช้ Java บางระบบใช้  .NET บางระบบใช้  Oracle หรือ บางระบบใช้  SAP  ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบสารสนเทศขององค์กรในด้านการติดต่อสื่อสาร การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยไม่ต้องผูกติดอยู่กับระบบใดระบบหนึ่ง ซึ่งทำให้สามารถบริการลูกค้าและบุคลากรในองค์กรได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาระบบใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และทำให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศคุ้มค่ามากกว่าเดิม

         หัวเรื่องที่ศูนย์สนเทศและหอสมุดใช้คือคำว่า สถาปัตยกรรมเชิงบริการ

         หัวเรื่องที่ Library of Congress Online Catalog หรือ LCOC ใช้คือคำว่า Service-oriented architecture (Computer science) 

 ————————————————–

เอกสารอ้างอิง

สุธี พงศาสกุลชัย การพัฒนาระบบด้วยสถาปัตยกรรมเชิงบริการ บนเทคโนโลยีของ WEB SERVICE  วี. ซี. พี.  

        ซัคเซสกรุ๊ป 2550 

อัศวิน ชัชกุล  “สารพันคำถามเกี่ยวกับ Service Oriented Architecture (SOA)”  พีซี แมกะซีน 13,1 (ม.ค.

          2550) 87-96 

Thanachart Numnonda and Thanisa Kruawaisayawan  SOA: สถาปัตยกรรมเชิงบริการ 

             http://www.thaijavadev.com/soa/articles/SOAIntro/SOAIntro.html

Posted by: dpgtum | December 4, 2009

สรุปประชุมหัวเรื่อง

สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 3 วันที่ 16 กรกฎาคม 2551

  1. ผลการศึกษาการใช้หัวเรื่องย่อยเพิ่มเติมจากการประชุมครั้งที่ 2 คือ คำว่า ตลาด ในคู่มือระบุให้ใช้เป็นหัวเรื่องย่อยได้
  2. การใช้หัวเรื่อง การออกแบบ การออกแบบตกแต่ง และ การออกแบบและการสร้าง

ที่ประชุมเห็นว่า  ควรใช้หัวเรื่องทั้ง 3 คำ  ตามที่ระบุไว้ในคู่มือ ทั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานต้องพิจารณาเนื้อหาอย่างรอบคอบ  เพื่อเลือกใช้หัวเรื่องย่อยทั้ง 3 คำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  ส่วนหัวเรื่องหลักที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า การออกแบบ ให้ศึกษาจาก LCSH ฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุดด้วย ถ้ามีคำที่ขึ้นต้นด้วย การออกแบบ ซึ่งมีใช้ใน LCSH ก็ให้ใช้คำนั้นเป็นหัวเรื่องหลัก เช่น

   การออกแบบเก้าอี้ (Chair design)     

   การออกแบบตราไปรษณียากร (Postage-stamp design)   มีใช้ใน LCSH

ขณะเดียวกันให้ทำรายการโยง ดูที่ ไว้ด้วย เช่น

   เก้าอี้ – การออกแบบ ดูที่ การออกแบบเก้าอี้

   ตราไปรษณียากร – การออกแบบ ดูที่ การออกแบบตราไปรษณียากร

Read More…

น้ำผึ้งอ้อย — ผลิตจากนักเรียน.

ยาเสพติด —  แม่น้ำโขง — ปัญหาชายแดน.

โทรศัพท์เคลื่อนที่ — การรวมกลุ่ม.

ลำดวน

รัฐธรรมนูญ –การเลือกตั้ง

ไทย — วิเคราะห์

น้ำอัดลมในเด็ก

เป็ปซี่– การแข่งขัน

นมผง — อายุ 4 เดือน

แม่น้ำเจ้าพระยา — การดำเนินชีวิต.

การดำเนินชีวิต — แม่น้ำเจ้าพระยา.

ผจญภัย — น้ำ.

วัคซีน — การป้องกัน **ดูคำอธิบาย คำว่า การป้องกัน ในคู่มือ

โทรศัพท์เคลื่อนที่อันตราย

น้ำนมในโรงเรียน — การจัดซื้อ

ดีแทค (บริษัท)   ** ดีแทคเป็นบริษัทหรือไม่

Posted by: dpgtum | December 4, 2009

ทำ Link

ชาวไทยเขมร หรือเขมรถิ่นไทย คือชาวเขมรที่อาศัยอยู่ในบริเวณสุวรรณภูมิก่อนที่จะมีการแบ่งเป็นประเทศต่างๆ ชาวไทยเขมรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในจังหวัดสุรินทร์และบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

Posted by: dpgtum | December 4, 2009

หัวเรื่องท่าเรือ

vtls000285101

  245 \a แม่น้ำโขงกับการใช้เส้นทางแม่น้ำในการขนส่งสินค้า

  650 \a สินค้า \x การขนส่ง \z แม่น้ำโขง.

  651  \a ท่าเรือเชียงของ.

 **** บทคึวามนี้เขียนถึงการขนส่งสินค้าทางแม่น้ำโขง และเขียนถึงท่าเรือต่างๆทั้งของไทยและของจีน อีกหลายแห่งได้แก่

ท่าเรือเชียงรุ่ง (จีน) 

ท่าเรือกวนเหล่ย (จีน) 

ท่าเรือซือเหมา (จีน) 

ท่าเรือเชียงแสน (เชียงราย)

           และควรเพิ่มหัวเรื่อง การขนส่งทางน้ำ– แม่น้ำโขง  และเพิ่มหัวเรื่อง แม่น้ำโขง

            เขตข้อมูล 245 สรุปได้ดังนี้

3.2.1 ชื่อเรื่องที่มีเครื่องหมายต่างๆ  เช่น   ( )  [ ] “   “   …  ? ,  ในการลงรายการให้ตัดเครื่องหมายออก ดังตัวอย่าง

ชื่อเรื่อง ใครคือ “ธนาคารสมอง” ให้ลงรายการเป็น ใครคือธนาคารสมอง

3.2.2 ในกรณีที่ชื่อเรื่องตามสารบัญและชื่อเรื่องในตัวบทความไม่ตรงกัน ให้เพิ่มชื่อเรื่องตามสารบัญโดยลงรายการในเขตข้อมูล 246 นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานยังสามารถเพิ่มชื่อเรื่องได้ตามความจำเป็น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงข้อมูล โดยลงรายการในเขตข้อมูล 246 ดังตัวอย่าง

บทความชื่อ รู้จักกับ Equity ETF ตอนที่ 3 กลยุทธ์การลงทุนใน SET50 ETF ควรลงรายการดังนี้

245 1 0 \a รู้จักกับ Equity ETF. \n ตอนที่ 3, \p กลยุทธ์การลงทุนใน SET50 ETF

246 3 0 \a Equity ETF

246 3 0 \a กลยุทธ์การลงทุนใน SET50 ETF

246 3 0 \a SET50 ETF

246 3   \a Exchange Trade Fund

บทความชื่อ PON เทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสารทางแสงแบบพาสซีฟ ควรลงรายการดังนี้

245 1 0 \a PON เทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสารทางแสงแบบพาสซีฟ

246 3 3 \a พีโอเอ็นเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสารทางแสงแบบพาสซีฟ

246 3 0 \a เครือข่ายสื่อสารทางแสง

246 3   \a Passive Optical Network

(***การใช้เขตข้อมูล 246 เป็นการใช้ตาม MARK 21 ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 ถ้าจะให้ถูกต้องตาม Mark 21 Content Designation   2nd ed. 2002 ที่ จัดทำโดย Library of Congress, Cataloging Distribution Service ควรใช้เขตข้อมูล 740)

ส่วนข้อมูลของ \c ในเขตข้อมูล 245 จะไม่ลงรายการ ถ้ามีผู้เขียนบทความหลายคนจะทำรายการเพิ่มในเขตข้อมูล 700

Posted by: dpgtum | December 4, 2009

หัวเรื่อง ป่าทาม

บทความนี้เขียนถึง ป่าทาม ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มที่น้ำท่วมถึงในบางฤดู ป่าทามที่เขียนถึงมีทั้งป่าทามบริเวณแม่น้ำมูน (บริเวณที่เขียนถึงคือ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ) ป่าทามบริเวณแม่น้ำสงคราม ซึ่งกินบริเวณนับแสนไร่ ใน 3 จังหวัด คือ สกลนคร อุดรธานี และนครพนม(บริเวณที่เขียนถึงคือตำบลท่าบ่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม) และ ป่าทามบริเวณแม่น้ำชี ซึ่งกินบริเวณ 3000 ไร่ (ในส่วนป่าทามแม่น้ำชีนี้ยังเขียนถึง ป่าชุมชน บ้านอาลอ จังหวัดสุรินทร์)

     ในคู่มือมีคำว่า ป่าบุ่งและป่าทาม

      หัวเรื่องที่ควรจะเป็นของบทความนี้ น่าจะเป็น

      ป่าทาม — ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

      นิเวศวิทยาป่าทาม

      พื้นที่น้ำท่วมถึง — ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

      แม่น้ำมูน — ที่ราบลุ่มน้ำ

      แม่น้ำสงคราม — ที่ราบลุ่มน้ำ

      แม่น้ำชี — ที่ราบลุ่มน้ำ

Older Posts »

Categories